ทำไมถึงใช้ jpeg, gif, หรือไฟล์ประเภทอื่น

เมื่อพูดถึงรูปภาพ มีประเภทไฟล์เป็นโหลให้คุณเลือกใช้ แต่สำหรับเจ้าของกิจการที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านกราฟฟิคดีไซน์ การจะรู้ว่าเมื่อไหร่ควรใช้ gif, psd, หรือไฟล์ประเภทอื่น อาจจะเป็นเรื่องที่น่าสับสนเลยทีเดียว แต่คำถามจริงๆ ก็คือทำไมคุณควรเลือกไฟล์หนึ่งแทนไฟล์ประเภทอื่นแล้วมันจะเป็นอะไรไหมถ้าคุณใช้ไฟล์jpeg แทนไฟล์ psd บนเว็บไซต์ของคุณคำตอบคือเป็นสิเพราะแต่ละประเภทไฟล์นั้นถูกออกแบบมาสำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะ และการใช้ไฟล์ภาพผิดประเภทสามารถก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อธุรกิจของคุณ ในการที่จะช่วยให้เรื่องนี้ชัดเจนขึ้น นี่คือรีวิวของประเภทไฟล์ที่เป็นที่นิยมบางส่วนและเมื่อไหร่ที่ควรใช้มัน

jpg-icon

Jpeg – มาจากชื่อของกลุ่มที่ออกแบบมันขึ้นมาที่ชื่อว่า “Joint Photographic Experts Group” ซึ่งถูกพัฒนาในครั้งแรกในปี1986 มันสามารถช่วยลดขนาดของไฟล์ได้ถึง 15% โดยไม่เสียคุณภาพของรูป

เมื่อไหร่ที่ควรใช้ Jpeg? เมื่อไฟล์ขนาดเล็กมีความสำคัญมากกว่าการบรรลุคุณภาพสูงสุดของภาพ จงใช้ไฟล์ jpeg มันใช้งานได้ดีสำหรับรูปภาพที่ถูกอัพโหลดลงในเว็บไซต์และ Facebook

Psd – Photoshop Document, or psd file, is the file extension given to an image that can be opened in Photoshop. If you need to make changes to an image, then you will likely need the psd file to do so. By having it you can edit the image in Photoshop, and then convert the file to a jpeg, png or whatever file type you wish.

Psd – มีชื่อเต็มคือ Photoshop Document ไฟล์ psd เป็นนามสกุลไฟล์ของภาพที่สามารถเปิดได้ใน Photoshop ถ้าคุณต้องการทำการเปลี่ยนแปลงบนภาพ งั้นคุณต้องใช้ไฟล์ psd ในการทำ มันสามารถแก้ไขรูปภาพในโปรแกรม Photoshop และหลังจากนั้นก็เปลี่ยนไฟล์ให้เป็น jpeg, png, หรือประเภทไฟล์อะไรก็ตามที่คุณต้องการ

เมื่อไหร่ที่ควรใช้ psd? เมื่อคุณจ้างใครซักคนมาออกแบบรูปภาพใน Photoshop และอาจจะต้องการแก้ไขในภายหลัง

gif-icon

Gif – ถูกสร้างขึ้นในปี 1987 มันเป็นการเคลื่อนย้ายภาพข้ามการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ช้าได้อย่างรวดเร็ว ไฟล์ gif หนึ่งไฟล์นั้นเล็กกว่า jpeg และจุสีได้น้อยกว่า(ได้ถึงแค่ 256) gif ออกเสียงด้วย .จาน ว่า จิฟ มาจากคำว่า “Graphics Interchange Format”

เมื่อไหร่ที่ควรใช้ gif? ไฟล์ gif เป็นหนึ่งในรูปแบบไฟล์ที่ซัพพอร์ตภาพเคลื่อนไหวที่ใช้กันอย่างกว้างขวางที่สุด และมีขนาดไฟล์ที่เล็กมากๆ (เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องสีไฟล์ gif ใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมสำหรับภาพธรรมดาหรือไอคอน ภาพเคลื่อนไหว และเว็บกราฟฟิกที่จุจำนวนสีน้อยๆ

png-icon

Png – ย่อมาจาก Portable Network Graphics ไฟล์ png ถูกพัฒนาขึ้นในช่วงกลางของยุค 90’s เพื่อเป็นอีกทางเลือกของไฟล์gif ซึ่งโดยทั่วไปแล้วไม่ค่อยดีนักสำหรับภาพเคลื่อนไหวหรือการต้องคงขนาดไฟล์ที่เล็ก ไฟล์ png ดีกว่าไฟล์ gif อยู่สองเรื่องคือการบีบอัดที่ดีขึ้นและความสามารถในการจุสีได้หลายล้านสี

เมื่อไหร่ที่ควรใช้ไฟล์ png? เมื่อคุณต้องการภาพที่มีสีสัน มีความซับซ้อน ด้วยพื้นหลังโปร่งใส (เช่นโลโก้สำหรับเว็บไซต์ไฟล์png เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของคุณ

ข้อแตกต่างระหว่าง rgb และ cmyk

colortheory_screen_white

ทั้ง rgb และ cmyk ไม่ใช่ประเภทของไฟล์ซะทีเดียว พวกมันเป็น 2 โมเดลสีที่ต่างกัน มันเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจ เพื่อการตัดสินใจว่าภาพของคุณจะถูกเผยแพร่ออกไปอย่างไร นี่คือสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับพวกมัน

Rgb – ไฟล์ประเภทนี้ย่อมาจาก red, green, blue คือแทนสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน ไฟล์ rgb ประกอบไปด้วย 3 สีปฐมภูมินี้ในการสร้างความหลากหลายของสีภาพของ rgb มักจะถูกแปลงไปเป็นไฟล์ jpeg หรือ png

เมื่อไหร่ที่ควรใช้ rgb? ใช้สำหรับรูปภาพดิจิตอลในทุกประเภท รวมไปถึงภาพที่จะถูกอัพโหลดลงในเว็บ

Cmyk – ไฟล์ประเภทนี้ย่อมาจาก cyan (สีระหว่างสีน้ำเงินกับสีเขียว), magenta (สีม่วงแดง), yellow (สีเหลือง) and black (สีดำโมเดลนี้ใช้สี 4 สีเช่นเดียวกับสีขาวจากกระดาษที่ภาพจะถูกปริ้นลงไป เพื่อสร้างสีที่สำคัญทั้งหมดสำหรับภาพๆ หนึ่ง

เมื่อไหร่ที่จะใช้ cmyk? ใช้สำหรับการปริ้นรูปในทุกประเภท

ที่เอเชียมีเดียสตูดิโอ เราส่งโปรเจ็คของคุณในทุกประเภทไฟล์ที่กล่าวมาด้านบน เพื่อทำให้คุณมั่นใจได้ว่ารูปภาพของคุณจะออกมาดีที่สุด ไม่ว่าจะบนสื่ออะไรก็ตามที่มันจะไปปรากฏ และถ้าหากคุณไม่มั่นใจว่าจะใช้ไฟล์ประเภทไหนดี อย่าลังเลที่จะส่งข้อความหาเรา เรามีความสุขมากที่จะให้คำอธิบายเพิ่มเติมแก่คุณ

พร้อมที่จะเริ่มออกแบบโปรเจคของคุณหรือยังโทรหาเราวันนี้ที่ 026635930 ผู้เชี่ยวชาญของเราจะออกแบบโลโก้ที่สวยงามให้กับคุณ และสร้างเว็บไซต์หรือโบรชัวร์ที่มั่นใจได้ว่าจะประทับใจลูกค้าของคุณอย่างแน่นอน

SHARE ON

Back
TOP